ประสบการณ์การเคลมประกันมอนิเตอร์ BenQ หลัง Dcom เจ๊ง

280060_200974253283205_228914_o

เรื่องของเรื่องคือผมซื้อมอนิเตอร์แบบ LED ของ BenQ จำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นจอ LED ขนาด 21.5 นิ้ว ทั้งคู่เป็นประกันของ Dcom ใช้มาสักระยะความซวยครั้งที่หนึ่งก็บังเกิด เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ Dcom เลิกกิจการ ส่งผลทำให้สินค้าอยู่ในประกันของ Dcom ถือว่าหมดประกันทั้งหมด

ยังไม่พอหลังจาก Dcom ประกาศเลิกกิจการไป ความซวยครั้งที่สองก็บังเกิด เจ้ามอนิเตอร์คู่ใจของผมก็ป่วยขึ้นมาทันที งานเข้าแล้วไง ในตอนแรกป่วยแค่ 1 จอ ก็ใช้งานจอที่ยังปกติอยุ๋ต่อไป จากใช้งานพร้อมกันสองจอ ก็เหลือจอเดียว ในตอนนั้นยังรู้สึกเฉยๆ มาก ยังไม่สนใจเรื่องส่งซ๋อม หรือส่งเคลมเลย เพราะมี Notebook อยู่ ก็ใช้งานสลับกัน

แต่แล้วความซวยครั้งที่สามก็มา จอมอนิเตอร์อีกตัวก็ป่วยอาการเดียวกัน คือใช้ไปสักพักความสว่างของหน้าจอจะลดลง แต่ยังคงแสดงผลอยู่ แค่่ความสว่างของจอไม่มี

มันถึงเวลาที่จะต้องหาข้อมูลเรื่องการส่งเคลมแล้ว ก็เริ่มจากเข้าเว็บของ BenQ แล้วก็หาเบอร์โทร Call Center จากนั้นผมก็โทรไปสอบถามข้อมูลกับทาง BenQ Thailand

ได้ความว่า ทาง BenQ รับดูแลเรื่องประกันสินค้าต่อสามารถส่งสินค้าซ่อมและเคลมได้ที่ตัวแทนที่ใกล้เรา รายละเอียดแต่ละที่ก็ตามภาพด้านล่างครับ ถ้าสงสัยก็สอบถามพนักงานได้ครับ ผมเองก็ถามเช่นกัน พนักงานแนะนำว่าให้ผมไปที่ AXIS Computer ซึ่งอยู่ในลาดพร้าว 120 (ใกล้บ้าน)

2014-05-24_23-22-56

ผมเลยนำจอ BenQ ทั้ง 2 ตัวไปส่งเคลอที่ศูนย์นี้ AXIS Computer อยู่ในซฮย ลาดพร้าว 120 เข้าเมตรราวๆ 300 เมตรครับ หลังเช็คประกัน จอของผมเหลือประกันอีกราวๆ 1 ปี พนักงานก็ถามอาการตามปกติ แล้วก็แจ้งว่าจะเช็คจอดูให้ ใช้เวลา 3 วันทำการ

20140523_111654

หลังจากนั้นไม่นาน (หลังส่งซ่อมได้ 4-5 วัน) พนักงานก็โทรมาแจ้งว่า "มอนิเตอร์ที่ส่งซ่อมทางช่างได้ตรวจเช็คแล้ว ไม่เจออาการที่แจ้งมา" ซึ่งผมก็ยืนยันว่าตอนใช้งานอยู่เจออาการแบบนี้บ่อยมาก ทางพนักงานก็เลยบอกผมว่า "งั้นวันนี้ดิฉันจะให้ทางช่างเช็คให้อีกรอบ" ตรงนี้ทำให้ผมประทับใจมาก พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเขาเต็มใจบริการมากๆ เพราะหลายๆ ศูนย์ที่เคยส่งสินค้าไปซ่อมไปเคลมพูดจาไม่ค่อยดี และหลายครั้งก็ใช้น้ำเสียงเหมือนไม่พอใจ หรือหงุดหงิดลูกค้า แต่ศูนย์ AXIS Computer ทำให้ผมประทับใจ

20140523_111732

หลังจากนั้น 3 วันทำการ ผมโทรไปสอบถาม และบังเอิญว่าตรงกับเวลาเที่ยงพอดี พนักงานไปทานข้าวกัน แต่มีคนรับโทรศัพท์ และรับเรื่องไว้ ซึ่งเขาได้ขอรหัสใบส่งซ่อม และเบอร์ติดต่อกลับไว้ ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าเขาจะติดต่อกลับหรอก ที่เจอมาก็มีแต่ต้องติดต่อกลับไปอีกรอบ แต่แล้ว...ช่วงบ่ายโมงนิดๆ มีพนักงานโทรมา แถมยังตามเรื่องให้เรียบร้อย โทรกลับพร้อมกับแจ้งรายละเอียดทุกอย่างที่ผมยังไม่ทันได้ถามเลย เจ๋งอ่ะ บริการดีมาก

ใจความสำคัญคือ พนักงานทดสอบต่ออีก 3 วันหลังจากที่โทรหาผมครั้งแรก ยังไม่เจออาการเช่นเดิม แต่ทางช่างได้เปลี่ยนแผงหลอด LED ให้แล้ว (ไม่ชัวร์เรื่องชื่อว่าเปลี่ยนอะไรกันแน่ ขอเรียกแบบนี้ละกัน) เพราะใช้งานเกิน 2000 ขั่วโมงแล้ว ให้มารับได้เลย เปลี่ยนฟรีอยู่ในประกัน

20140523_112134

และแล้วผมก็เดินทางไปรับมอนิเตอร์กลับมาใช้งาน และกลับมาเขียนบล็อกเล่าความประทับใจในบริการของศูนย์นี้ และ BenQ Thailand ถือเป็นอีกครั้งที่ได้รับบริการที่ประทับใจ เรียกขวัญกำลังใจได้เยอะเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้เจอเรื่องปวดตับจากศูนย์ i-mobile 

สำหรับใครที่ซื้อมอนิเตอร์ BenQ จาก Dcom มาก็สามารถส่งเคลม ส่งซ่อมแบบนี้ได้เลยครับ หายห่วงเรื่องประกัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โลกใจร้ายพอแล้ว อย่าใจร้ายกับตัวเองอีกเลย เราถูกวิจารณ์จากข้างนอก ถูกเปรียบเทียบจากสังคม ถูกกดดันจากความคาดหวัง แต่เสียงที่ทำร้ายที่สุด บางครั้งคือเสียงในหัวเราเอง ลองพูดกับตัวเองเบาลง ให้อภัยตัวเองมากขึ้น เพราะการอ่อนโยนกับตัวเอง ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการปกป้องใจ #อ่อนโยนกับตัวเอง #ดูแลใจ #เติบโตทางใจ จากหนังสือ | คำขอถึงคุณ

วิธีเช็คเบอร์โทรซิม My by cat

📖✨ 9 ข้อคิด จากหนังสือ | Critical Thinking พลังพิเศษของสมองที่มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ 1. ”แบบทดสอบ 6 เดือน“ – ถามตัวเองว่าสิ่งที่เครียดแทบตายวันนี้ อีก 6 เดือนข้างหน้าจะยังสำคัญไหม? ถ้าไม่ จงลดความสำคัญมันลงเพื่อเซฟพลังงานสมอง 2. ”พลังวิเศษเริ่มต้นที่ ’ต่อมเอ๊ะ‘“ – ทักษะที่ AI เลียนแบบไม่ได้คือความสงสัยอย่างสร้างสรรค์ ก่อนเชื่อหรือแชร์อะไร ลองหยุด ”เอ๊ะ“ เพื่อสำรวจความจริงก่อน 3. ”กฎ 3 วินาทีเปลี่ยนการตัดสินใจ“ – ก่อนโกรธหรือตัดสินใจเรื่องใหญ่ ให้หยุด 3 วินาทีถามตัวเองว่าข้อมูลนี้มาจากไหน และเราเชื่อเพราะมันจริงหรือแค่อยากให้มันจริง 4. ”อย่าปล่อยชีวิตให้ทำงานแบบ Autopilot“ – สมองมักใช้ระบบ ”คิดเร็ว“ เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ในเรื่องสำคัญต้องดึงระบบ ”คิดช้า“ ออกมาใช้วิเคราะห์เหตุผลเพื่อลดความผิดพลาด 5. ”แยก ’คนพูด‘ ออกจาก ’เนื้อหา‘“ – เรามักเชื่อคนโปรดและปฏิเสธคนที่ไม่ชอบ จงฝึกมองที่ตรรกะของสารมากกว่าภาพลักษณ์ของคนส่งสาร 6. ”กฎแห่งความเรียบง่าย“ – ถ้ามีหลายคำอธิบายสำหรับเหตุการณ์หนึ่ง สิ่งที่เรียบง่ายที่สุดมักจะถูกต้อง อย่าทำให้เรื่องง่ายซับซ้อนโดยไม่จำเป็น 7. ”ถ้าเริ่มใหม่วันนี้…คุณจะยังเลือกชีวิตเดิมไหม“ – ถามตัวเองว่า ”ถ้าเริ่มใหม่หมด วันนี้จะยังเลือกทำแบบเดิมไหม?“ ถ้าไม่ แปลว่าถึงเวลาต้องกล้าทิ้งความคุ้นเคยเดิมๆ 8. ”แยกสิ่งที่ ’ต้องมี‘ ออกจาก ’แค่มีก็ดี‘“ – ตัดตัวเลือกที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้สมองมีพื้นที่โฟกัสเป้าหมายที่แท้จริงและลดความเหนื่อยล้าในการตัดสินใจ 9. ”หยุดใช้ความเคยชินนำทาง“ – โลกเปลี่ยนทุกวินาที แต่สมองชอบความคุ้นเคย จงหมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการความคิดให้ทันสมัยอยู่เสมอ ผู้เขียน: ศุภกฤต อังก์วราปิติกร สำนักพิมพ์ howto #รีวิวหนังสือ #ข้อคิดชีวิต #พัฒนาตัวเอง #criticalthinking

ทุกวันคือวาเลนไทน์ (Everyday Valentine) - แค่มีเธออยู่ใกล้ๆ โลกก็น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย [Official Audio]

วิธีเช็คยอดคงเหลือซิม My by CAT

หนังสือ | Winner Mindset สูตรโกงชีวิต (ที่โรงเรียนไม่สอน) : 1. เกรดเฉลี่ยเป็นแค่ตัวเลข แต่ทักษะหาเงิ...

ข้อคิดจากหนังสือ #ตัวทำงานแต่ใจลาออกนานละ #หนังสือ #รีวิวหนังสือ #krapalm

หนังสือ | โปรดอย่าใจร้ายกับหัวใจของเธอ : อย่าให้ ”ความสุข“ ในวันทำงานทำให้คุณหลงร...