หน้าที่ของกันและกัน (Our Duty) - ขอบคุณที่สอนให้ฉัน "รักตัวเอง" | Acoustic K-Pop Ballad


"คนบางคนผ่านเข้ามาเพื่อเป็นของขวัญ... และผ่านจากไปเพื่อเป็นบทเรียน" 🍂 'หน้าที่ของกันและกัน (Our Duty)' เพลงป๊อปฟังสบายสไตล์ K-Ballad ที่จะเปลี่ยนมุมมองการเลิกราของคุณ ให้กลายเป็นการขอบคุณ และการกลับมารักตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ Genre: Acoustic Pop / Warm Ballad / K-Pop Style Mood: Healing, Self-Love, Bittersweet, Romantic Concept: เปรียบเทียบความสัมพันธ์เป็น "หน้าที่" ที่เราต่างต้องสอนบทเรียนสำคัญให้แก่กันและกัน เมื่อจบหน้าที่ ก็แค่แยกย้ายไปเติบโต
via IFTTT

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หนังสือ | คิดไม่ออกจะบอกให้ : 9 ข้อคิดจากหนังสือ | คิดไม่ออกจะบอกให้

หนังสือ | Leaders Make the Future 10 สกิลทองของผู้นำยุค AI : 8 ข้อคิดจากหนังสือ | Leaders Make the Fu...

หนังสือ | เลิกเป็นคนเก่งที่คนเกลียด (What got you here won’t get you there) : 8 ข้อคิดจากหนังสือ | เลิกเป็นคนเก่งที่คน...

หนังสือ | Written in bone จารึกไว้ในกระดูก : 9 ข้อคิดจากหนังสือ | Written in bone จาร...

หนังสือ บทความใหม่จาก Instagram : ในยุคที่เราสามารถแชร์เรื่องราวให้คนหลักร...

หนังสือ วันนี้เธอขอบคุณตัวเองแล้วหรือยัง : ตอนเด็กเราอาจจะเคยวาดฝันถึงคนรักที่สมบูร...

หนังสือ | โปรดอย่าใจร้ายกับหัวใจของเธอ : อย่าให้ ”ความสุข“ ในวันทำงานทำให้คุณหลงร...

วิธีเช็คยอดคงเหลือซิม My by CAT

วิธีเช็คเบอร์โทรซิม My by cat

9 ข้อคิดจากหนังสือ | อย่าถามว่า ทำไม ถ้าอยากได้ความจริง 1. ปัญหาของใคร ต้องให้คนนั้นแก้เอง - คุณไม่มีหน้าที่ไปแบกรับหรือแก้ไขชีวิตให้ใคร สิ่งเดียวที่ทำได้คืออยู่ข้าง ๆ รับฟัง และปล่อยให้เจ้าตัวเขา เผชิญหน้ากับความจริงเพื่อหาทางออกด้วยตัวเอง . . 2. เลิกยัดเยียดคำแนะนำทั้งที่ไม่มีใครร้องขอ - การพยายามสั่งสอนคนอื่นด้วยสูตรความสำเร็จหรือเหตุผลของคุณ มันไม่ต่างอะไรจากการล้ำเส้นความรู้สึก และทำให้คนรอบข้าง รู้สึกอึดอัดจนพาลจะปิดใจใส่ . . 3. อย่าถามว่า ทำไม ถ้าคุณอยากได้ความจริง - เวลาโดนถามว่าทำไม สมองจะเปิดโหมดปกป้องตัวเองทันที สิ่งที่คุณจะได้กลับมาไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรอก แต่เป็นคำแก้ตัวที่ฟังดูดีที่สุดต่างหาก . . 4. เลิกถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง เพราะมันโยนภาระให้คนตอบ - มันเป็นคำถามที่ดูเหมือนง่ายแต่มักง่าย เพราะคนฟังจะตื้อ จนนึกไม่ออกว่าจะเริ่มเล่าตรงไหน สุดท้ายก็ต้องตอบส่ง ๆ ไปว่าก็ดี ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น . . 5. อยากรู้ความจริง ให้เปลี่ยนมาถามว่า เมื่อไร - พอถามว่าทำไม สมองจะเค้นตรรกะมาอ้าง แต่พอเปลี่ยนเป็นคำถาม ง่าย ๆ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไร อีกฝ่ายจะถูกบังคับ ให้นึกถึงอดีตตามข้อเท็จจริงทันที . . 6. ความทรงจำของมนุษย์ พร้อมจะบิดเบือนเข้าข้างตัวเองเสมอ - เมื่อเวลาผ่านไป สมองจะปรับแต่งเรื่องราวในอดีตให้เรียบง่ายขึ้น เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายใจ แม้แต่คนมองโลกในแง่ร้ายก็มักจะเห็น แต่เรื่องแย่ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบทดราม่าที่ตัวเองสร้างขึ้นมาครอบงำตัวเอง . . 7. คำว่า ทำไมถึงไม่ทำ มักแฝงไปด้วยความโกรธ - เวลาคุณใช้คำนี้กับลูกน้องหรือคนรัก มันจะกลายเป็นการกล่าวโทษ และจับผิดทางอ้อมทันที ซึ่งรังแต่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ที่รุนแรงและการปิดใจไม่ยอมคุยกัน . . 8. ระวังคำเหมารวมอย่างคำว่า ปกติแล้ว หรือ ทุกคน - คำพวกนี้คือกับดักที่นำไปสู่คำตอบที่มีแต่อคติฝังหัว เปลี่ยนมาถามให้เจาะจงเวลาหรือตัวบุคคลไปเลย เช่น ครั้งล่าสุดที่ป่วยไปที่ไหน จะได้ข้อเท็จจริงที่แม่นยำกว่าเยอะ . . 9. อย่าด่วนสรุปว่า เพราะ A จึงเกิด B เสมอไป - มนุษย์ชอบทึกทักเอาเองว่าทุกสิ่งบนโลกต้องสัมพันธ์กัน แบบเหตุและผลตรง ๆ แต่ความจริงเรื่องหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยมากมาย ผสมปนเปกัน การจับแพะชนแกะมีแต่จะทำให้คุณวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาดไปไกล — ผู้เขียน: โทโยคาซึ นากาตะ สำนักพิมพ์: อมรินทร์ How to #อย่าถามว่าทำไมถ้าอยากได้ความจริง #พัฒนาตัวเอง #จิตวิทยา #สรุปหนังสือ